สหรัฐพบผู้ป่วยโควิด “โอไมครอน” ต่อเนื่อง หมอยัน “เดลตา” ยังเป็นสายพันธุ์หลัก

ข่าวล่าสุด

อย่างน้อย 1 ใน 3 ของรัฐในอเมริกา มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ “โอไมครอน” ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน เชื้อไวรัส “เดลตา” ยังคงเป็นสายพันธุ์หลักของโควิด-19 ในประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) รายงานว่า ปัจจุบันมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอไมครอน ในอย่างน้อย 16 รัฐของสหรัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด คอนเนตทิคัต ฮาวาย ลุยเซียนา แมริแลนด์ แมสซาชูเซตส์ มินนิโซตา มิสซูรี เนแบรสกา นิวเจอร์ซีย์ นิวยอร์ก เพนซิลเวเนีย ยูทาห์ วอชิงตัน และวิสคอนซิน มีทั้งผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แลติดเชื้อจากภายในประเทศ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ซึ่งมีทั้งผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว มีอาการไม่รุนแรง

ทั้งนี้ พญ.โรชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการซีดีซี ให้ความเห็นต่อสถานการณ์ดังกล่าว ว่าปัจจุบัน เชื้อเดลตายังคงเป็นสายพันธุ์หลักของโรคโควิด-19 ในอเมริกา ด้าน นพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นไอเอช) กล่าวว่า จริงอยู่ที่ผู้เชี่ยวชาญยังคงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อโอไมครอน แต่เมื่อประเมินจากสถานการณ์ในแอฟริกาใต้ ที่ตอนนี้เชื้อโอไมครอนกำลังเป็นสายพันธุ์หลัก ยังไม่ปรากฏ “ความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ” แม้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม พญ.มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าหน่วยโรคอุบัติใหม่ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า เชื้อโอไมครอน “ยังคงน่ากังวล” แม้หากมีการยืนยันว่า “อันตรายน้อยกว่า” เชื้อเดลตาก็ตาม เนื่องจากยังคงมีผู้ติดเชื้อบางส่วนที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ดับเบิลยูเอชโอไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์ซ้ำรอยกับเชื้อเดลตาอีก